8 เทคนิค | ใช้ Social ยังไงให้เพิ่ม Engagement

โพสต์ไปไม่เห็นมีคนไลค์เลย? ใช้เงิน Boostpost ไปเยอะ แต่ Engagement ก็ยังไม่ดี?

ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีให้โพสต์ของคุณที่ผ่าน Social Media ต่างๆ ที่เพิ่ม Engagement เยอะกว่าเดิมเพื่อให้คุ้มกับเงินที่เสียไป SocialEnable ขอแนะนำ 8 วิธีเหล่านี้ไปใช้ดูด้วยกันนะครับ

1.กำหนดกลุ่มเป้าหมายของคุณ และทำความเข้าใจอยู่ตลอด

คุณต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของคุณ เพื่อที่จะหา Content มา Support ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายว่า เขามีความสนใจอะไร มีข้อสงสัยอะไรหรือเปล่า หรือเรามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ หากเราเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคแล้ว จะช่วยเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพราะยุคสมัยนี้ใครใคร ก็ชอบแชร์ในสิ่งที่เขาสนใจกันทั้งนั้น หากเราทำได้ตรงจุด จะช่วยเพิ่ม engagement ให้โพสต์ของคุณได้แน่นอน

2.ปรับโพสต์ให้เหมาะในแต่ละ Platform

เริ่มจากการเลือก Platform ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ เช่น Instagram เหมาะกับแบรนด์สินค้าประเภทแฟชั่น เสื้อผ้า หากคุณขายเครื่องเขียนก็อาจจะตัดช่องทางนี้ไป และเลือกช่องทางที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณมากที่สุด

ถัดมาเป็นการเลือกใช้ข้อความให้เหมาะกับแต่ละ Platform ซึ่งแต่ละ Platform จะมีการจำกัดขนาดรูปและขนาดตัวอักษร เราจึงควรเขียนเน้นใจความสำคัญที่เราต้องการจะสื่อสาร เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็นข้อความที่กระชับ รัดกุม ตรงประเด็นมากที่สุด

3.ทำ Content ประเภทข้อเท็จจริง สถิติหรือเทรนด์ ที่กลุ่มเป้าหมายไม่ทราบ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า

บางทีหากเราโพสต์ขายสินค้าโดยที่กลุ่มเป้าหมายยังไม่รู้ว่าสินค้านั้นมีประโยชน์กับเขาอย่างไร ทำไมเขาต้องเลือกซื้อสินค้าของเรา(Why us) ลองเพิ่ม Content ที่เกี่ยวกับการให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าของเรา หรือเทรนด์ใหม่ๆ ที่มีสินค้าของเราเกี่ยวข้องลงไป จะช่วยเพิ่ม Engagement และความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าของเราได้ไม่น้อยเลย

นอกจากนี้การทำ Content ให้ตรงใจผู้บริโภคนั้น ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของ Content นั้นสามารถตอบโจทย์ของผู้บริโภคได้จริง และสามารถแก้ไขปัญหาของพวกเขาได้ หรือสามารถยกระดับชีวิตผู้บริโภคให้ดีขึ้น

4.ใช้ Influencer ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Influencer มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการเป็นอย่างมาก หากเลือก Influencer ที่ดัง แต่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา ก็อาจจะทำให้เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นการเลือก Influencer เปรียบเสมือนการเลือกกลุ่มลูกค้าของแบรนด์เลย เพราะมีความชอบ หรือความสนใจที่คล้ายกัน เป็นอิทธิพลทางความคิดได้ จึงดีกว่าการที่เราเลือก Influencer ที่ดังแต่ไม่ตรงกับกลุ่มลูกค้า อาจทำให้เป็นที่รู้จักได้จริง(Awareness) แต่ยอดขายอาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย ดังนั้นต้องดูวัตถุประสงค์ว่าเราต้องการอะไรจากการใช้ Influncer และกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการนั้นใครเป็น Influencer ของเขา

5.เลือกเวลาที่ดีที่สุดในการโพสต์

ช่วงเวลาในการโพสต์เนื้อหาที่ดีที่สุดดูได้จาก Insight หลังบ้านของคุณว่าโพสต์เวลาไหนถึงจะมี Engagement เยอะที่สุด และเหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด รวมไปถึงเช็คความถี่ในการโพสต์ หากช่วงที่เราโพสต์บ่อยเกินไป อาจทำให้คน unlike เพจของเราได้ ดังนั้นการเลือกเวลาที่ดีที่สุดต้องคำนึงถึงวันที่โพสต์ ช่วงเวลาที่โพสต์ และประเภทของ Content ที่เราจะโพสต์ออกไป ตัวอย่างเช่น หากเป็นช่วงเวลาเช้าในวันธรรมดา ควรเป็น Content ประเภท Short-form แบบ Video Content 60 วินาที หรือช่วงเวลากลางคืน 2-3 ทุ่ม อาจจะใช้ Content ประเภท Long-form แบบ Picture&Text ดูก็ได้เช่นกัน จะเห็นว่านอกจากการเลือกเวลาที่ดีในการโพสต์แล้ว ต้องสอดคล้องกับประเภทของ Content ด้วย

6.ใช้ Video Content ในการโพสต์

มีผู้ใช้งาน Facebook ดูวีดีโอวันละ 8 ล้านคลิป สถิติที่เยอะขนาดนี้มาจากการที่ลูกค้าชอบที่จะดูภาพเคลื่อนไหวมากกว่าที่จะมานั่งอ่านข้อความยาวๆ ที่อธิบายถึงคุณสมบัติของสินค้าคุณ ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น แถม Facebook ยังให้ความสำคัญกับวีดีโอ มีโอกาส Reach สูงกว่าโพสต์ที่เป็นข้อความยาวๆ และมี engagement ดีกว่า การศึกษาพบว่า การ Post ที่เป็น Video ได้ Organic Reach สูงกว่าโพสต์ประเภทรูปภาพถึง 135% และคนจะจดจำเนื้อหาจาก Video ได้ดีกว่า Text ถึง 7 เท่า จะเห็นว่า Video Content ยังคงใช้ได้ผลในแบบ Organic Reach เมื่อเทียบกับรูปแบบอื่น ซึ่งทางเราแนะนำว่า วิดิโอส่วนใหญ่ควรที่จะยาวไม่เกิน 3 นาที

7.การเข้าร่วม Community ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ ช่วยหา Insight ได้ง่าย

การเข้าร่วมกลุ่มต่างๆ ใน Social Network ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ เป็นที่หา Insight ของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม เพราะส่วนใหญ่ใน Group เหล่านี้จะมีคนมาถามปัญหาต่างๆของตัวเอง หรือแชร์ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ เช่น หากเราขายสินค้าเกี่ยวกับเด็กแรกเกิด ในกลุ่มคุณแม่จะมีการพูดคุยถึงปัญหาที่เราสามารถนำปัญหาเหล่านี้มาเขียน Content เพื่อให้ความรู้และผลิตสินค้าใหม่ๆ เพื่อมารองรับปัญหาที่เกิดขึ้นได้

8.ลองถาม Feedback จากลูกค้า

การให้ลูกค้ามารีวิวสินค้าของเราหรือสอบถามการใช้งานจากลูกค้า ทำให้เราทราบถึงปัญหาว่าสินค้าและบริการของเราว่า มีข้อดีข้อเสียที่ตรงไหน มีอะไรที่ขาดตกบกพร่องไป เพื่อที่จะนำมาปรับปรุง และให้ลูกค้าเกิดความประทับใจต่อไป เป็นการให้ลูกค้าของเราแสดงความคิดเห็นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกยินดีที่จะบอกทั้งข้อดีและข้อเสีย เพื่อปรับปรุงสินค้าหรือบริการของเราที่ลูกค้าต้องการ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับเนื่องจากแบรนด์เราปรับปรุงตามคำเรียกร้องของลูกค้า สิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกค้ามี Engagement และ Loyalty กับแบรนด์มากยิ่งขึ้น

สรุป

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้ไม่ได้ช่วยเพียงแค่ให้ Engagement ของคุณสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ธุรกิจของคุณพัฒนาต่อไปได้อย่างก้าวกระโดด และยังรักษาฐานลูกค้าเดิมให้อยู่นานๆ หรือเพิ่มลูกค้าใหม่ของคุณได้อีกด้วย

#SocialEnable #8Tipsboostengagement #โพสต์ไปไม่เห็นมีคนไลค์เลย


Facebook


– Contact Us –

หากสนใจหรืออยากได้คำปรึกษาเกี่ยวกับเครื่องมือ Social Listening/Monitoring สามารถติดต่อได้ที่ 080-808-9080 หรือกรอกข้อมูลด้านล่าง แล้ว Customer Service จะติดต่อกลับไปทันที

[wpforms id=”247″ description=”true”]

What SocialEnable do ?

Watch our 1 minute for SocialEnable